4 การเริ่มต้น เพื่อ 32 ผลลัพธ์สุขภาพ

สุขภาพดี

4 การเริ่มต้น เพื่อ 32 ผลลัพธ์สุขภาพ (Woman Plus)
โดย supermoon

สุขภาพดี เริ่มต้นได้ทันที ด้วย 4 วิธีการง่าย ๆ จากตัวคุณเอง ลองทำอย่างต่อเนื่องแค่ 3 เดือน แล้วคุณจะพบความแตกต่างในร่างกายมากมาย จากผลลัพธ์สุขภาพ 32 ประการ

ดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ 10 ประการ

น้ำเป็นหนึ่งในยาวัฒนะที่สำคัญมาก มีประโยชน์ถึง 10 ประการคือ เสริมการทำงานของสมอง เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ช่วยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ให้ความชุ่มชื้นแก่ช่องปาก, ตา และจมูก ปกป้องเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย ช่วยเสริมการย่อยอาหารและป้องกันท้องผูก ช่วยหล่อลื่นบริเวณข้อและเส้นเอ็น กำจัดของเสียออกจากร่างกาย ช่วยในการละลายและดูดซึมวิตามินแร่ธาตุ และสารอาหารสำคัญที่ร่างกายต้องการ ช่วยนำสารอาหาร และนำออกซิเจนสู่เซลล์ ผู้ชายควรดื่มน้ำอย่างน้อย 3.7ลิตรต่อวัน และผู้หญิงควรดื่ม 2.7 ลิตรต่อวัน

Morning Walk วันละครึ่งชั่วโมง เพื่อสุขภาพ 9 ประการ

การเดินมีประโยชน์ทั้งทางร่างกายและจิตใจมากกว่าที่คิด คือช่วยบริหารข้อต่อและกระดูก เพิ่มความทนและประสิทธิภาพ  การเคลื่อนไหวช่วยเสริมการทำงานของหัวใจและหลอด เลือด คลายความเครียด พัฒนาระบบสมอง สติปัญญา ความคิดอ่าน ไหวพริบ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ความกระชับของกล้ามเนื้อ ช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้สมดุล เพิ่มสมรรถภาพการเคลื่อนไหว และลดอาการปวดกล้ามเนื้อ ช่วยให้กระดูกอ่อนบริเวณข้อแข็งแรง ด้วยการเพิ่มการหมุนเวียนสารอาหารไปเลี้ยงที่ข้อ ถ้าคุณมีอาการปวดข้อ

 ดื่ม-กินล้างพิษ เพื่อสุขภาพ 13 ประการ

การรู้จักดื่ม-กินที่ดีคือ การล้างพิษโดยธรรมชาติ ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดสารพิษ และของเสียที่สะสมออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เซลล์ดูดซึมและนำสารอาหารต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังช่วยลดอาการท้องผูก เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและดูดซึมอาหาร ป้องกันท้องอืด แน่นท้อง กำจัดพยาธิที่เป็นอันตราย บรรเทาการแพ้อาหาร ลดการเกิดระคายเคือง และบาดแผลที่ทางเดินอาหาร เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ลดสาเหตุการปวดศีรษะ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ผิวแห้งแตก ลมหายใจมีกลิ่น และติดเชื้อเรื้อรัง เราจึงควรล้างพิษในเลือด ด้วยการดื่มน้ำผักใบเขียวอย่างน้อยสองแก้วทุกวัน ร่วมกับการล้างสารพิษในลำไส้จากเครื่องดื่มชาสมุนไพร ที่มีส่วนผสมมาร์ชแมโล่ เปปเปอร์มินต์ คาร์โมมายด์

 ตามลม หายใจเพื่อสุขภาพกายและใจ

ความเครียด วิตกกังวล คือ สาเหตุหลักของการเจ็บป่วย ทั้งมะเร็งที่เกิดจากอารมณ์ซึ่งส่งผลต่อการปล่อยสารพิษของร่างกาย ความดันเลือด โรคหัวใจ โรคความอ้วน และอื่น ๆ อีกมากมาย เรียกง่าย ๆ ว่า ความขุ่นมัวของความคิดเปรียบเหมือนอนุมูลอิสระทางจิตใจ ที่ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นสะสมอนุมูลอิสระทางร่างกาย ดังนั้นเราจึงควรกำจัดที่ต้นเหตุ ด้วยการฝึกเจริญสติง่าย ๆ กับการใช้สติจับตามลมหายใจ

เมื่อสูดลมหายใจเข้า ก็รู้ว่ากำลังดึงลมเข้าปอด เมื่อปล่อยลมหายใจออก ก็รู้ว่ากำลังปล่อยลมออก ไม่ต้องบังคับให้กระชั้น หรือลากยาว สูดลมหายใจเข้า จนปล่อยลมหายใจออก นับเป็นหนึ่งจังหวะ เริ่มต้นลองนับให้ครบสักห้าสิบจังหวะ ทั้งก่อนนอน และก่อนลุกจากเตียงในตอนเช้า เมื่อเคยชินค่อย ๆ เพิ่มจำนวน หรือความถี่ในการตามลมหายใจเป็นทุกครั้งที่มีเวลาว่าง หรือนึกขึ้นได้ เมื่อทำบ่อย ๆ คุณจะพบว่าตัวเองมีสมาธิดีขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้มากขึ้น ส่งผลให้ความเครียดลดลง เมื่อจิตใจปลอดโปร่ง สุขภาพกายก็ย่อมจะสบายตามไปด้วย เป็นการช่วยเซฟสุขภาพในระยะยาว

แล้วคุณจะพบกับสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

5 พฤติกรรมป้องกันความจำเสื่อม

เคล็ดลับสุขภาพ

5 พฤติกรรมป้องกันความจำเสื่อม (Woman’s Story)

สาวทำงานทั้งหลายที่วัน ๆ สมองวุ่นวายอยู่ตลอดเวลาไม่เคยได้หยุดพัก ระวังเป็นโรคความจำเสื่อมนะคะ ใครไม่อยากความจำเสื่อมก่อนวัยอันควร ก็ควรทำตาม 5 พฤติกรรมดังต่อไปนี้ค่ะ เรามาดูกันว่ารายละเอียดจะเป็นอย่างไรกันบ้าง…

 ทานอาหารเช้าทุกวัน โดยขอให้มีผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารที่มีโปรตีนสูงรวมอยู่ด้วย

 กินทุก ๆ 3 – 4 ชั่วโมง และควรกินคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี เช่น ธัญพืช หรือผักที่มีแป้ง จำพวกลูกเดือย เผือก มันด้วย

 เลี่ยงอาหารไขมันสูง เป็นไปได้ให้กินอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ ก็พอ

 กินอาหารตามหมวดแป้ง หรือธัญพืชไม่ขัดสีอย่างน้อยวันละ 6 ส่วน ผักผลไม้วันละ 8 – 10 ส่วน โดยมีผักใบเขียวอย่างน้อย 2 ส่วน อาหารที่มีแคลเซียมสูง 3 ส่วน จะเป็นนมพร่องไขมัน หรือนมเสริมแคลเซียมก็ได้ กินถั่วต่าง ๆ มีปลา 2 มื้อ และอาหารที่มีโคลีนสูง เช่น ถั่วเหลืองเสริมวิตามินบีรวม วิตามินซี และวิตามินอีเพิ่มเติมเลี่ยงแอลกอฮอล์และสารนิโคติน

 เลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนสารปรอท ตะกั่ว และโลหะอื่น ๆ

รู้แบบนี้แล้วก็อย่ามองข้ามวิธีดี ๆ ที่นำมาฝากกัน รีบนำไปทำเลยจะได้มีความจำที่ดีเยี่ยมไปอีกนานค่ะ

SBOBET

sbobet Web รับ แทงบอลออนไลน์ แทงบอลเสเต็ป ทายผลบอล ผลบอลสด ผลกีฬาออนไลน์ที่มีผู้ชื่นชอบมากที่สุด เนื่องจาก SBOBET มีหน้าต่างทายผลบอล ผลกีฬา ที่ง่ายขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และ SBOBET เองก็มีความซื่อตรง เที่ยงธรรม ผลบอล ผลกีฬาจบการแข่งขั้น Update ยอดเงินทันที SBOBET ให้ราคาดีทุกเกมส์ ทุกลีก การแข่งขั้น เช็คราคาบอล เช็คผลบอล Update RealTime ต้องที่ SBOBET พิเศษสุด ๆ แทง SBOBET กับเรารับค่าน้ำทันที 5 ตังค์ ทอนให้ท่านอีก 0.3 SBOBET เปิดบริการท่านทุกวัน ตลอด 24 ชม. เราจัดทีม Call Center ไว้คอยตอบปัญหาวิธีการเล่น ฝาก – ถอนเงินสด ไว้บริการท่านตลอด 24

สตอเบอร์รี่ช่วยเลือนริ้วรอยได้ง่าย ๆ


สตอเบอร์รี่ช่วยเลือนริ้วรอยได้ง่าย ๆ

สตอเบอร์รี่ช่วยเลือนริ้วรอยได้ง่าย ๆ (Woman’s Story)
          ผลไม้สีแดงสดใส รสชาติหอมหวาน อมเปรี้ยว แสนอร่อย นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านโภชนาการแล้ว สตอเบอร์รี่ยังเต็มไปด้วยวิตามินที่เป็นประโยชน์กับผิว มีคุณสมบัติในการลดริ้วรอย อีกทั้งยังทำให้ใบหน้าสดใส ซึ่งวิธีการที่จะนำสตอเบอร์รี่มาใช้ลดเลือนริ้วลอยนั้นก็ง่ายมาก ๆ ค่ะ
          นำสตอเบอร์รี่ 2-3 ผล ล้างให้สะอาด ก่อนนำไปปั่นรวมกับน้ำผึ้งประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ปั่นให้เนื้อเข้ากัน จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาและรอบปาก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ปิดท้ายด้วยการทาครีมหรือมอยเจอร์ไรเซอร์

ให้อภัยและเข้าใจ เคล็ดลับช่วยระงับความโกรธ

ความโกรธ

จัดการอารมณ์โกรธสู่ปัญหารุนแรง คุณหมอแนะต้องอภัยและเข้าใจผู้อื่น (ไทยโพสต์)

จากกรณีที่ชาวบ้านย่านสมุทรปราการทะเลาะกันเรื่องสุนัขกัดกัน จนเป็นเหตุให้เพื่อนบ้านอีกฝ่ายโดนยิงเสียชีวิต หรือแม้แต่ภาพของชาวบ้านที่ไม่พอใจกับปัญหาน้ำท่วม จนเป็นเหตุให้มีการยกพวกทำลายทรัพย์สินและคันกั้นน้ำ นับเป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า คนในยุคปัจจุบันมักตกอยู่ในห้วงของอารมณ์โกรธได้ง่ายขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเครียดมากขึ้น เนื่องจากทุกคนต่างมุ่งแข่งขันกันในการดำเนินชีวิต ประกอบความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในสังคมไทยนั้นลดน้อยลง หรือคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น

พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร จิตแพทย์แผนกประกันสังคม รพ.กล้วยน้ำไท 1 ได้ออกมาแนะนำถึงวิธีรับมือกับความโกรธที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง เพื่อช่วยป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งกับตนเองและผู้อื่น ว่า

 อันดับแรกนั้นตัวเราต้องเป็นฝ่ายรู้เท่าทันอารมณ์โกรธ หรือพูดง่าย ๆ ว่าต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาเพื่อระงับความโกรธ ขณะเดียวกันหากเริ่มที่จะไม่พอใจสิ่งใดก็ควรระลึกอยู่เสมอว่า หากทำสิ่งใดรุนแรงอาจก่อให้เกิดความเสียหายตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิตหรือทรัพย์สิน

 2.ต้องพยายามเข้าใจผู้อื่นให้มากขึ้น โดยการเปิดกว้างเพื่อรับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง และต้องระลึกอยู่เสมอว่า ความต้องการของแต่ละคนนั้นย่อมไม่ตรงกัน ดังนั้นจึงไม่ควรตัดสินผู้อื่นโดยการยึดตนเองเป็นหลัก พูดง่าย ๆ ว่าเอาใจเขามาใส่ใจเรา ตรงนี้ก็จะช่วยป้องกันอารมณ์โกรธ ที่เป็นต้นเหตุของความรุนแรงได้อีกทางหนึ่ง

 3.วิธีการขจัดความโกรธที่ดีที่สุดคือ การให้อภัย เพราะการให้อภัยนั้นจะช่วยทำให้ความโกรธหายได้เร็วที่สุด และช่วยลดความรุนแรงลงได้มากที่สุด

 4.เมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นควรหันหน้าเข้ามาพูดคุยกันเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน

 5.ควรใช้วิธีการเจรจาไกล่เกลี่ยด้วยถ้อยคำที่สุภาพนุ่มนวล เพื่อนำมาซึ่งข้อตกลงที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และช่วยลดการกระทบกระทั่งกันลงนั่นเอง

ความโกรธ

อย่างไรก็ตาม หากปล่อยอารมณ์โกรธไว้นั้น คุณหมอกล่าวว่า อาจส่งผลทั้งตนเองและผู้อื่น เช่น ทำให้เป็นผู้ที่มีจิตใจรุ่มร้อน นอนไม่หลับ รับประทานอาหารไม่ได้ ไม่มีสมาธิ ไม่สบายใจ อีกทั้งยังเป็นต้นเหตุของโรควิตกกังวล และโรคซึมเศร้า โรคเครียด หรือเป็นผู้ที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ได้ ส่วนอารมณ์โกรธที่นำไปสู่ความรุนแรงนั้น คุณหมอเผยว่าสามารถพบได้แต่อายุ 15 ไปจนอายุ 50 ปี หรือช่วงก่อนเข้าสู่วัยชรา

ส่วนแนวโน้มของกลุ่มคนที่ไม่สามารถระงับความโกรธ จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นนั้นมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่เคร่งเครียด เพราะทุกคนต้องแข่งขันกันดำรงชีวิต รวมถึงสังคมไทยเป็นสังคมที่ซับซ้อน เพราะมีการแบ่งแยกทางความคิดกันอย่างเห็นได้ชัด ตลอดจนความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่หรือความเอื้ออาทรของคนในสังคมลดน้อยลง จึงเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดอารมณ์โกรธที่นำไปสู่ความรุนแรงนั่นเอง

เท้าผ่อนคลายกายสบายใจ

เท้า

เท้าผ่อนคลายกายสบายใจ (Modern Mom)
เรื่อง : วัสสาน

ฟังดูแล้วอาจจะแปร่งหูสักหน่อยว่า เท้าอวัยวะล่างสุดของร่างกาย กับหัวใจอวัยวะเกือบสูงสุดของร่างกายไปเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันตั้งแต่เมื่อไร ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อล่ะค่ะ เพราะกายกับใจไม่ว่าส่วนไหน ก็แยกกันไม่ออก

 การผ่อนคลายใจไม่ตึงเครียด

ร่างกายของคนเราสัมผัสกันกับจิตใจแบบแยกไม่ออก เพราะร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์กัน เมื่อไรที่ร่างกายตึงเครียดจะทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังลดลง ตรงกันข้ามกับภาวะผ่อนคลายที่ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกก็จะทำงานมากขึ้นอย่างสมดุล จะทำให้ร่างกายหายใจช้าลง ชีพจรและความดันโลหิตลดลง มือเท้าอุ่นขึ้น

 3 วิธีผ่อนคลายกายสบายใจ

หากจะบอกว่าเท้าเป็นอวัยวะที่ควรดูแลเป็นพิเศษคงไม่ผิดนักค่ะ เพราะตลอดทั้งเท้ารับภาระหน้าที่แบกรับน้ำหนักตัวเมื่อเท้าเมื่อยล้า จิตใจของเราก็จะพลอยเหนื่อยหนักตามไปด้วย เพราะเหตุนี้เราจึงต้องหาวิธีผ่อนคลายเพื่อความสบายข้างในใจค่ะ

 นวดเท้าผ่อนคลาย

การนวดเท้าเพื่อสุขภาพได้รับความนิยมอยู่เสมอมาค่ะ คนที่มีเวลานาน ๆ ก็มักแวบไปนวดตามสปาบ้าง หรือตามงาน Eventใหญ่ ๆ ก็มักมีมุมนวดเท้าไว้บริการคนขี้เมื่อย แต่เราบางทีก็หาโอกาสแวบออกไปยากจริงไหมคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ เพียง 10-15 นาทีก่อนนอน คุณก็สามารถนวดบำบัดตัวเองได้ โดยนวดทั่วทั้งแข้งขา และเท้า ควรระวังข้อนิ้วและกลางฝ่าเท้าที่เนื้อบาง ให้นวดเพียงเบามือจุดสำคัญที่ควรนวด ได้แก่ กล้ามเนื้อทั้ง 2 ข้างของส้นหน้าแข้ง จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยขา จากนั้นนวดไล่ตั้งแต่โคนนิ้วไปจนถึงปลายนิ้วเท้า เพื่อลดอาการเครียด เกร็งปวดคอ และปวดหัว

 แช่เท้า 
 
คนไทยเราอยู่เมืองร้อน อาจจะไม่คุ้นเคยกับการเอาเท้าแช่น้ำอุ่นทุกวัน หลังจากเลิกงาน แต่ผู้คนในเมืองหนาวจำนวนมากจะทำแบบนี้ค่ะ ไม่ใช่เพียงเพื่อให้เท้าหายจากความหนาวเหน็บ แต่เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อเท้าอีกด้วย เพราะการแช่เท้าในน้ำอุ่นทำให้เส้นเลือดที่ปลายเท้าขยาย ส่งผลทำให้การหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น สามารถคลายปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากข้อเท้า น่อง และหัวเข่า ทำให้เท้าเบาสบายพร้อมรับภาระหนักได้อีกทั้งวัน

 เดินเท้าเปล่า 

ในวันที่เหนื่อยล้ามาก ๆ เมื่อกลับถึงบ้านและได้ถอดรองเท้า คุณจะรู้สึกสบายขึ้นอย่างประหลาดใช่ไหมคะ เพราะรองเท้าทำให้เท้าของเราไม่ได้รับพลังงานจากธรรมชาติอย่างไรล่ะ การถอดรองเท้าออกเมื่อสามารถทำได้และเมื่อกลับมาถึงบ้าน จึงเป็นการปลดปล่อยเท้าให้ได้สัมผัสอากาศมากที่สุดเท่าที่จะทำได้จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น

นอกจากนั้น หากวันไหนที่คุณมีโอกาสพาเจ้าตัวเล็กไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ ก็อาจจะลองเดินเท้าเปล่าในสนามหญ้ากับลูกดูบ้าง เพราะการเดินเท้าเปล่าช่วยให้กล้ามเนื้อที่เท้าแข็งแรงและไม่เสื่อมสภาพเร็วเกินไป ที่สำคัญคือช่วยให้โครงสร้างกระดูกของเท้าทำหน้าที่ได้เหมาะสมตามธรรมชาติ โดยไม่ถูกบีบรัดจากรูปทรงต่าง ๆ ของรองเท้าค่ะ ถ้าเป็นไปได้เดินเท้าเปล่า บนพื้นหญ้าที่เย็นฉ่ำและชุ่มชื้นไปด้วยน้ำค้างตอนเช้า จะทำให้สดชื่นและระบบในร่างกายก็พลอยสดชื่นแข็งแรงจากพลังของธรรมชาติอีกด้วย

คนเราเมื่อไรที่กายผ่อนคลาย ใจก็ย่อมเบิกบานและพร้อมรับกับทุกสิ่งที่จะเข้ามาอย่างมีสติค่ะ

นวดเท้า

 น้ำมันหอมระเหยทำเองง่าย ๆ

จริงอยู่ว่าน้ำมันหอมระเหยมีมากมายในท้องตลาด แต่บางคนอาจจะชื่นชอบบางกลิ่นเป็นพิเศษ ทุกวันนี้การทำน้ำมันหอมระเหยสามารถทำได้เอง และไม่ยุ่งยากค่ะ

เพียงน้ำน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ 10 หยด มาผสมกับน้ำมันรองพื้น เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว น้ำมันโจโจบา น้ำมันสวีตอัลมอนด์ น้ำมันอโวคาโด น้ำมันดอกคำฝอย เป็นต้น 200 หยด (สัดส่วน 1 : 20) เพื่อควบคุมความเข้มข้นของน้ำมันหอมอยู่ที่ 1% จากนั้นบรรจุใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ควรใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน เพราะหากทิ้งไว้นานกว่านี้กลิ่นหอมอาจระเหยจนหมด

*หมายเหตุ สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ห้ามนวดเท้าด้วยน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะโรสแมรีค่ะ เพราะกลิ่นจะไปกระตุ้นมดลูกให้บีบรัดตัว ทำให้มีโอกาสแท้งค่อนข้างสูง

เทรชเชอร์ น้องหมาสุดน่ารัก เดินสองขาเหมือนคน!!


เทรชเชอร์

เทรชเชอร์

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก orange.co.uk , jezebel.com

หลาย ๆ คนอาจจะเคยเห็นน้องหมาเดินสองขามากันเยอะแล้ว แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะนำเสนอความน่ารักของเจ้า “เทรชเชอร์” สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล ที่หัดเดินสองขาตั้งแต่เริ่มเดินใหม่ ๆ จนทุกวันนี้กลายเป็นขวัญใจประชาชนแถบในสะพานข้ามแม่น้ำซ่งหัว ในมลฑลจี๋หลิน ไปแล้ว

เทรชเชอร์

โดยเจ้าของของเจ้าเทรชเชอร์มีนามว่า โต้ว เสียนฮุย ได้เปิดเผยว่า เขาเริ่มฝึกเจ้าเทรชเชอร์ให้หัดเดินด้วยขาหลังสองข้างตั้งแต่เจ้าเทรชเชอร์เกิดได้ไม่นาน หัดอยู่ไม่เท่าไหร่ เจ้าเทรชเชอร์ก็สามารถใช้สองขาหลังเดินได้อย่างคล่องแคล่ว และมันแทบจะไม่เดินสี่ขาอีกเลย และเจ้าเทรชเชอร์สามารถเดิน 2 ขาไปได้เรื่อย ๆ นานประมาณ 20-30 นาที และเจ้าเทรชเชอร์เคยเดินไปได้ไกลที่สุดประมาณ 1 กิโลเมตร

ปูนซีเมนต์

     ปูนซีเมนต์ หมายถึง สารที่สามารถยึดหรือประสานของ แข็งให้ติดเป็นชิ้นเดียวกันในงานก่อสร้าง พัฒนาการมาจากยุคโบราณที่มีการนำเอาหินก้อนโตๆ มาปรับปรุงให้เป็นรูปของเสาหรือฝา โดยทำให้เป็นแผ่นมาเรียงซ้อนกัน และนั่นทำให้เกิดมีมอร์ตาร์ (mortar) ขึ้น เพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อก้อนหินใหญ่อันเป็นโครงสร้างที่ถาวร ชาวอียิปต์ใช้สารซีเมนต์ซึ่งทำจากยิปซัมผสมกับทรายและน้ำผ่านการเผา เพื่อก่อสร้างสิ่งต่างๆ รวมทั้งใช้เป็นวัสดุประสานระหว่างหินในการสร้างพีระมิดเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล

ส่วนกรีกและโรมันใช้ปูนขาวผสมให้เข้ากันอย่างดี กระทุ้งให้แน่นเพื่อให้สิ่งก่อสร้างคงทน ต่อมาพวกเขาหันมาใช้เถ้าภูเขาไฟที่บดละเอียดผสมปูนขาวและทราย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนทานต่อการละลายของน้ำ เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟมีธาตุซิลิกาและอะลูมินาที่พร้อมจะทำปฏิกิริยากับปูนขาว เรียกว่า ปฏิกิริยาปอซโซลานิก (pozzolanic reaction) ซึ่งหมายถึงวัสดุที่ละเอียดคล้ายเถ้าภูเขาไฟเมื่อผสมกับปูนขาวและน้ำทำให้ได้สารซีเมนต์

จุดเริ่มต้นของการพัฒนาปูนซีเมนต์อย่างกว้างขวางเริ่ม พ.ศ. 2299 จอห์น สมีตัน ชาวอังกฤษ ศึกษาจนพบว่าการผสมวัสดุปอซโซลานกับปูนขาวที่เผาจากหินปูนที่มีดินเหนียวผสมอยู่จะได้สารซีเมนต์ที่ดี ส่วนกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ที่นับได้ว่าเป็นต้นแบบ คิดค้นขึ้นโดย หลุยส์ ไวแคต ในปี 2356 โดยการเผาส่วนผสมของหินชอล์กและดินเหนียวที่ผ่านการบดละเอียด กระทั่ง พ.ศ.2367 โจเซฟ อัสป์ดิน ช่างก่อสร้างชาวอังกฤษ ค้นพบว่าการนำเอาผงหินปูนที่เผาแล้วผสมกับผงดินเหนียว นำไปเผาในเตา ก่อนนำผงมาบดให้ละเอียด จะได้ผงซีเมนต์มีสีเหลืองเทาคล้ายกับหินในเกาะเมืองปอร์ตแลนด์ เขาจึงตั้งชื่อว่า ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (Portland Cement) และจดลิขสิทธิ์ แล้วการผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ก็พัฒนามาเป็นลำดับถึงทุกวันนี้

ปูนซีเมนต์แบ่งเป็น 5 ชนิด คือ

1.ชนิดธรรมดา เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่เหมาะกับงานก่อสร้างทั่วไป แต่ชนิดนี้มีข้อเสียคือไม่ทนต่อสารที่เป็นด่าง หรือเกลือซัลเฟต

2.ชนิดให้ความร้อนและทนด่างได้ปานกลาง เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ดัดแปลงเพื่อให้ต้านทานต่อสารที่เป็นด่างได้ปานกลาง และจะเกิดความร้อนปานกลางในช่วงหล่อ เหมาะกับงานโครงสร้างขนาดใหญ่ในบริเวณที่มีอากาศร้อนจัด เช่น ตอม่อ ท่าเทียบเรือ เป็นต้น

3.ชนิดเกิดแรงสูงเร็ว ซีเมนต์ชนิดนี้เกิดแรงสูงเร็วในระยะแรก เหมาะสำหรับงานที่ต้องการถอดไม้แบบเร็ว เช่น เสาเข็ม พื้นถนนที่จราจรคับคั่ง เป็นต้น ซีเมนต์ชนิดนี้มีเนื้อละเอียดมากกว่าชนิดอื่นๆ แต่อาจทำให้เกิดรอยร้าวบนผิวคอนกรีต ได้ง่าย

4.ชนิดคายความร้อนต่ำ เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดพิเศษที่มีอัตราการคายความร้อนต่ำ กำลังของคอนกรีตจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งส่งผลดีทำให้การขยายตัวน้อย ช่วยลดการแตกร้าว เหมาะกับงานสร้างเขื่อนขนาดใหญ่

5.ชนิดมีความต้านทานต่อสารที่เป็นด่าง
 เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่ทนต่อเกลือซัลเฟตได้สูง เหมาะกับงานก่อสร้างบริเวณดินเค็มหรือใกล้กับทะเล โดยปกติซีเมนต์ชนิดนี้จะแข็งตัวช้ากว่าธรรมดา

  ยังมีปูนซีเมนต์ที่ผลิตขึ้นโดยดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับงาน และราคาถูกลง ได้แก่

1.ปูนซีเมนต์ผสม นำปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 ผสมกับทรายหรือหินบดละเอียด ประมาณ 25-30% ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน ลดการแตกร้าว เหมาะกับงานก่ออิฐ ฉาบปูน

2.ปูนซีเมนต์ขาว เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่มีส่วนผสมของหินปูนและวัตถุดิบอื่นๆ ที่มีปริมาณของแร่เหล็กน้อยกว่า 1% ผงสีปูนที่ได้จะเป็นสีขาว สามารถผสมกับสีฝุ่นเพื่อทำให้เป็นปูนซีเมนต์สีต่างๆ ตามต้องการ จึงนิยมใช้ในงานตกแต่งเพื่อความสวยงาม

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

สุดแปลก! เด็กหญิงอินเดียร้องไห้น้ำตาเป็นหิน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษ รายงานว่า เด็กหญิงชาวอินเดียรายหนึ่ง ทำเอานักวิทยาศาสตร์และแพทย์แทบช็อก เมื่อเธอร้องไห้ด้วยน้ำตาที่กลายเป็นหินอย่างไม่ทราบสาเหตุ

โดยเด็กหญิงรายนี้ ชื่อว่า กุรา นิตยา วัย 7 ขวบ จากเมืองไฮเดอราบัด รัฐอานธรประเทศของอินเดีย ได้เผชิญกับภาวะสุดแปลก เมื่อมีหินก้อนเล็ก ๆ ออกมาจากดวงตาขวาของเธอพร้อมกับน้ำตาเมื่อเธอร้องไห้ สร้างความประหลาดใจให้กับแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ในอินเดียเป็นอย่างมาก

รายงานระบุว่า อาการสุดแปลกของหนูน้อยนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา นายโกปาล เรดดี้ ปู่ของหนูน้อยนิตยาได้สังเกตพบว่า หนูน้อยนิตยามีหินกระเด็นออกมาจากดวงตาข้างขวาเมื่อเธอร้องไห้ และบางครั้งก็ไม่ต้องรอให้ร้องไห้ด้วยซ้ำ โดยหินที่ออกมาจากดวงตาของเธอนั้น จะถูกปล่อยให้กระเด็นออกมามากถึงวันละ 12-25 ก้อนเลยเดียว

เมื่อสังเกตพบความผิดปกติดังกล่าวแล้ว ทางครอบครัวของหนูน้อยจึงพาหนูน้อยตระเวนไปพบแพทย์มาหลายคน ซึ่งทุกคนต่างตกอกตกใจกับปรากฎการณ์นี้และไม่มีใครสามารถอธิบายได้ เนื่องจากแพทย์เองก็ไม่เคยพบเจอกับภาวะผิดปกติเช่นนี้มาก่อน จึงปฎิเสธที่จะให้การรักษาไปตาม ๆ กัน

อย่างไรก็ดี หลังจากข่าวความผิดปกติของหนูน้อยได้ถูกเผยแพร่ไปแล้ว ก็มีแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยได้นำหินที่ถูกปล่อยออกมาจากดวงตาของเธอไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้ต่อไป ขณะที่ตัวหนูน้อยเองได้เปิดเผยว่า น้ำตาหินของเธอนั้นไม่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับเธอแต่อย่างใด

ดื่มอะไรดี ถ้าประจำเดือนมาไม่ปกติ

ผู้หญิง

เครื่องดื่มของสตรีประจำเดือนมาไม่ปกติ (Woman’s Story)

วันนี้ขอหยิบเอาเรื่องเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติค่ะ พร้อมแล้วตามไปดูพร้อม ๆ กันเลย…

เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมขององุ่น

เพราะองุ่น เป็นผลไม้ที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้กระบวนการเผาผลาญอาหาร ส่งผลดีต่อเลือดลม ช่วยขับปัสสาวะ และอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส กำมะถัน แคลเซียม เหล็ก วิตามินบี 1 บี 2 วิตามินซี กรดไฟโตเคมิคอลเอลลาจิก ซึ่งเป็นสารต่อต้านริ้วรอย และกรดทาร์ทาริก ตัวช่วยชะล้างของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกาย ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

 เครื่องดื่มบีทรูต

ซึ่งมีสรรพคุณในการทำความสะอาดตับและลำไส้ตอนล่าง ดีต่อตับและไต ช่วยบำรุงรักษาเซลล์เม็ดเลือดแดง และเสริมความสามารถในการรับออกซิเจนให้แก่เม็ดเลือดแดงถึง 400 เปอร์เซ็นต์ จึงช่วยทำให้ประจำเดือนมาปกติ อีกทั้งอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 บี2 บี6 กรดโฟลิก แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม และสังกะสี ซึ่งล้วนเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย

 เครื่องดื่มลูกพลัม หรือลูกพรุน หรือลูกไหน

มีคุณค่าอาหารสูงมาก อุดมไปด้วยไฟเบอร์ แมกนีเซียม เหล็ก โพแทสเซียม และวิตามินบี ทั้งยังเหมาะกับคนที่อยากลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะลูกพรุนมีไขมันต่ำ แคลอรีน้อย บวกกับเป็นยาระบายอ่อน ๆ ได้ดีทีเดียว

รู้แบบนี้แล้ว สาว ๆ ท่านไหนที่ประจำเดือนไม่ปกติ อย่าลืมหาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของผลไม้ที่แนะนำดังกล่าวมาไว้ดื่มนะคะ รับรองว่าช่วยให้ประจำเดือนมาปกติได้แน่นอน แถมดีต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วยค่ะ